ชูลิโอ เซซาร์ โซอาเรส เด เอสปินโดลา (Júlio César Soares de Espíndola) เกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ปี
1979 ที่เมืองดูเก เด คาเซียส รัฐรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล
จุดเริ่มต้นในอาชีพฟุตบอลของ ชูลิโอ เซซาร์ คือการเข้าทีมเยาวชนของ ฟลาเมงโก ในปี 1991
ก่อนจะเลื่อนขึ้นสู่ชุดใหญ่ในปี 1997
อย่างไรก็ดี ชูลิโอ เซซาร์ ต้องอดทนเป็นมือสองของ ฟลาเมงโก ในช่วงแรกกับระดับอาชีพ
จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เฝ้าเสาในฤดูกาล 2000
ชูลิโอ เซซาร์ มีส่วนช่วยให้ ฟลาเมงโก คว้าแชมป์รายการ คัมเปโอนาโต คาริโอกา
หรือบอลลีกสูงสุดประจำรัฐรีโอเดจาเนโร ได้ถึง 4 สมัย ระหว่างอยู่กับทีมจนจบฤดูกาล 2004
โดยได้ลงสนามทั้งหมด 285 นัด นับรวมทุกรายการ
จนกระทั่งเดือน ม.ค. ปี 2005 ชูลิโอ เซซาร์ ย้ายไปยุโรปครั้งแรก โดยเดิมทีนั้นจะเซ็นสัญญากับ อินเตอร์
มิลาน แต่ติดปัญหาเรื่องโควตาการซื้อนักเตะนอกสหภาพยุโรป (อียู) จากลีกนอกประเทศ ส่งผลให้
เซซาร์ ต้องลงทะเบียนเป็นนักเตะของ คิเอโว โดยไม่ได้ลงสนามแม้แต่นัดเดียว
ก่อนจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ อินเตอร์ ในเดือน ก.ค. ปีเดียวกัน ด้วยค่าตัว 2.45 ล้านยูโร
หรือประมาณ 90 ล้านบาท
ฤดูกาล 2005-06 ชูลิโอ เซซาร์ สามารถเบียด ฟรานเชสโก ตอลโด ขึ้นเป็นมือหนึ่งของ อินเตอร์
โดยได้ลงสนาม 40 นัด รวมทุกรายการ ซึ่งฤดูกาลนั้น อินเตอร์ ได้ตำแหน่งแชมป์ เซเรีย อา ภายหลัง
ยูเวนตุส ต้องตกชั้นจากกรณีล็อคตัวผู้ตัดสิน
หลังจากนั้น ชูลิโอ เซซาร์ ในฐานะผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ก็ได้ชูถ้วยแชมป์กับ อินเตอร์ อย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากถ้วย เซเรีย อา รวมเป็น 5 สมัยติดต่อกัน เช่นเดียวกับถ้วย โคปา อิตาเลีย 3 สมัย
จุดสูงสุดของ อินเตอร์ ในยุคของ ชูลิโอ เซซาร์ คือการผงาดคว้าถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล
2009-10 ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ มูรินโญ พร้อมกับได้ถ้วย โคปปา อิตาเลีย และเซเรีย อา
ในฤดูกาลเดียวกัน กลายเป็นสโมสรแรกของอิตาลีที่ได้แชมป์ทั้ง 3 รายการในปีเดียวกัน

ชูลิโอ เซซาร์ ตัดสินใจอำลา อินเตอร์ เมื่อหมดสัญญาหลังจบฤดูกาล 2011-12 และย้ายไปร่วมทัพ ควีน
ปาร์ค เรนเจอร์ส ด้วยสัญญา 4 ปี โดยได้ไปอยู่ทีมเดียวกับ ปาร์ค จี ซอง, ชิบริล ซิสเซ และโชเซ โบซิงวา
อย่างไรก็ดี ฤดูกาลแรกของ ชูลิโอ เซซาร์ ในฟุตบอลอังกฤษ จบลงด้วยสโมสรจบอันดับโซนตกชั้นของ
พรีเมียร์ ลีก แต่ไม่ได้ย้ายทีมในตลาดนักเตะรอบซัมเมอร์ ปี 2013
ชูลิโอ เซซาร์ มีปัญหากับ คิวพีอาร์ ส่งผลให้ไม่ได้ลงเล่นไปหลายเดือน ก่อนจะย้ายไป โตรอนโต เอฟซี
ทีมดังของ เมเจอร์ ลีก สหรัฐ ในเดือน ก.พ. ปี 2014
เพื่อเค้นฟอร์มเก่งสำหรับติดทีมชาติบราซิลไปลงเล่น ฟุตบอลโลก
ท้ายที่สุด ชูลิโอ เซซาร์ ยกเลิกสัญญากับ คิวพีอาร์ ด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ช่วงซัมเมอร์ ปี
2014 และเซ็นสัญญา 2 ปี ร่วมทัพ เบนฟิกา
ชูลิโอ เซซาร์ กลับมาลงสนามอย่างต่อเนื่อง และคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง โดยสามารถช่วยให้ เบนฟิกา
คว้าแชมป์ ปริเมย์รา ลีกา 3 สมัยติดต่อกัน อีกทั้งได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของลีกโปรตุเกสอีก 1
ครั้งด้วย
หลังจากนั้น ชูลิโอ เซซาร์ ขอแยกทางกับ เบนฟิกา ในเดือน พ.ย. ปี 2017 ก่อนจะเซ็นสัญญา 3
เดือนกับ ฟลาเมงโก ในเดือน ม.ค. ปี 2018 ซึ่งเป็นการหวนคืนสโมสรเก่าหลังจากไปค้าแข้งในยุโรป 13
ปี และเป็นการปิดฉากอาชีพค้าแข้งกับสโมสรแรกที่ปลุกปั้นมา

ทีมชาติบราซิล
ชูลิโอ เซซาร์ เคยติดทีมชาติบราซิลชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปี 1995 รุ่นเดียวกับ
ฟาบิโอ ออเรลิโอ และพาทีมไปถึงรองชิงชนะเลิศ แต่พ่ายให้กับทีมชาติกานา 3-2 ได้แค่รองแชมป์
ทั้งนี้ ชูลิโอ เซซาร์ มีชื่อติดทีมชาติบราซิลในรายการ คอนเฟเดเรชันส์ คัพ 2003 แต่ไม่ได้ลงเล่นเลย
และต้องรอถึงโคปา อเมริกา 2004 ถึงจะได้ประเดิมสนามกับทีมชาติชุดใหญ่
โดยสามารถช่วยทีมชาติคว้าแชมป์ทวีปอเมริกาใต้เป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์
ส่วนรายการ ฟุตบอลโลก 2006 ชูลิโอ เซซาร์ ก็ยังตกเป็นตัวเลือกรองของทีมชาติบราซิล แต่มีชื่อติด 23
คนลงเล่นในรอบสุดท้าย โดยไม่ได้ลงสนามแม้แต่นัดเดียว

จนกระทั่ง ดีดา ขออำลาทีมชาติ ตำแหน่งมือหนึ่งของทีมชาติบราซิลก็มีการแข่งขันอีกครั้ง
โดยในช่วงแรก คาร์ลอส ดุงกา กุนซือคนใหม่ เลือกใช้งาน เอวเรลโญ โกเมส, เอลตัน และโดนี
แต่สุดท้าย ชูลิโอ เซซาร์ เบียดแย่งตำแหน่งมือหนึ่งได้สำเร็จในเดือน ก.ย. ปี 2007
เมื่อยึดมือหนึ่งสำเร็จ ชูลิโอ เซซาร์ เป็นตัวจริงตลอดรายการ ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
ส่วนรอบสุดท้าย ทีมชาติบราซิลพ่ายทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย
หลังจากนั้น ชูลิโอ เซซาร์ ติดทีมชาติบราซิลลงเล่นรายการ โคปา อเมริกา 2011 และคอนเฟเดเรชันส์
คัพ 2013 ซึ่งทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ก่อนจะลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 เป็นรายการสุดท้าย
ซึ่งจบลงด้วยการพ่ายแพ้ทีมชาติเยอรมนี 7-1 ในรอบรองชนะเลิศ และแพ้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 3-0
ในรอบชิงอันดับสาม
หลังจบรายการดังกล่าว ชูลิโอ เซซาร์ ก็ไม่ได้ติดทีมชาติบราซิลอีกเลย ยุติเส้นทางกับทีมชาติไว้ที่ 87 นัด

รางวัลในการเล่นฟุตบอล

ฟลาเมงโก
โคปา ดอส คัมเปออส 1 สมัย (ปี 2001)
คัมเปโอนาโต คาริโอกา 4 สมัย (ฤดูกาล 1999, 2000, 2001 และ 2004)
โคปา แมร์โคซุล 1 สมัย (ฤดูกาล 1999)

อินเตอร์ มิลาน
เซเรีย อา 5 สมัย (ฤดูกาล 2005–06, 2006–07, 2007–08, 2008–09 และ 2009–10)
โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย (ฤดูกาล 2005-06, 2009-10 และ 2010-11)
ซูเปร์โคปปา อิตาเลียนา 4 สมัย (ปี 2005, 2006, 2008 และ 2010)

ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 2009-10)
ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย (ปี 2010)

เบนฟิกา
ปริเมย์รา ลีกา 3 สมัย (ฤดูกาล 2014-15, 2015-16 และ 2016-17)
ตาซา เด โปรตุกัล 1 สมัย (ฤดูกาล 2016-17)
ตาซา ดา ลีกา 1 สมัย (ฤดูกาล 2014-15)
ซูแปร์ตาซา 1 สมัย (ปี 2016)

ทีมชาติบราซิล
โคปา อเมริกา 1 สมัย (ปี 2004)
ฟีฟา คอนเฟเดเรชันส์ คัพ 2 สมัย (ปี 2009 และ 2013)

รางวัลส่วนตัว
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปี เซเรีย อา 2 สมัย (ฤดูกาล 2008-09 และ 2009-10)
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปี ยูฟา 1 สมัย (ฤดูกาล 2009-10)
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปี ปริเมย์รา ลีกา 1 สมัย (ฤดูกาล 2014-15)

รายงานผลบอล ข่าวสด ทันทุกเหตุการณ์ที่ แอปพลิเคชั่น FinalGoal 
มีให้โหลดทั้ง Andriod และ IOS

Leave a Reply