คลาเรนซ์ คลายด์ เซดอร์ฟ (Clarence Clyde Seedorf) เกิดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ปี 1976
ที่กรุงปารามาริโบ ประเทศซูรินาเม
เซดอร์ฟ เติบโตในเนเธอร์แลนด์ ท่ามกลางครอบครัวฟุตบอล เนื่องจากคุณพ่อ และน้องชาย
เคยเป็นนักฟุตอบอลอาชีพเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีชื่อเสียง
ทั้งนี้ เซดอร์ฟ เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรท้องถิ่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ก่อนจะไปเข้าทีมเยาวชนของ
อาแจกซ์ เพราะมีแววดีเข้าตาทีมงานแมวมองของ โยฮัน ครอยฟฟ์
ก่อนจะลงสนามนัดแรกในระดับอาชีพด้วยวัยเพียง 16 ปี ในเดือน พ.ย. ปี 1992
ฤดูกาล 1994-95 เซดอร์ฟ เป็นแกนหลักของ อาแจกซ์ ชุดคว้าแชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
ด้วยการเอาชนะ เอซี มิลาน ในรอบชิงชนะเลิศ ในทีมชุดเดียวกับ พาทริค คลายเวิร์ท, เอ็ดการ์ ดาวิดส์
และแฟรงค์ ไรการ์ด
อย่างไรก็ดี ช่วงซัมเมอร์ ปี 1995 เซดอร์ฟ ไม่ต่อสัญญากับ อาแจกซ์ หลังมีคำตัดสิน บอสแมน
ซึ่งเปิดทางให้ต้นสังกัดไม่มีสิทธิเรียกค่าตัวนักเตะหลังหมดสัญญา และย้ายไป ซามพ์โดเรีย
โดยได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และช่วยทีมจบอันดับ 8 ของตาราง

ล่าถ้วยรางวัล
ช่วงซัมเมอร์ ปี 1996 เซดอร์ฟ ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา
จนกระทั่งมาคว้าถ้วย แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่สองของตัวเอง ในฤดูกาล 1997-98
อย่างไรก็ดี เซดอร์ฟ มีบทบาทน้อยลงมากในยุคของ กุส ฮิดดิงค์ และเลือกย้ายไป อินเตอร์ มิลาน
ในตลาดนักเตะ เดือน ม.ค. ปี 2000 ด้วยค่าตัวราว 23 ล้านยูโร ซึ่งเป็นการย้ายกลับอิตาลีอีกครั้ง
เซดอร์ฟ ไม่ได้มีผลงานและถ้วยแชมป์กับ อินเตอร์ ก่อนจะย้ายไป เอซี มิลาน อริร่วมเมือง ช่วงซัมเมอร์
ปี 2002 โดยย้ายสลับขั้วกับ ฟรานเชสโก โคโค
แม้จะย้ายทีมในฐานะดีลสลับขั้ว แต่ฤดูกาล 2002-03 เซดอร์ฟ มีส่วนสำคัญกับ มิลาน ชุดคว้าถ้วย
โคปปา อิตาเลีย ครั้งแรกในรอบ 26 ปี ของสโมสร พร้อมกับคว้าถ้วย แชมเปียนส์ ลีก ได้อีกครั้ง

หลังจากเอาชนะ ยูเวนตุส ในรอบชิงชนะเลิศ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ได้แชมป์ยุโรปกับ
3 สโมสร
หลังจากนั้น เซดอร์ฟ สามารถช่วย มิลาน คว้าแชมป์ เซเรีย อา ฤดูกาล 2003-04 ก่อนจะเข้าชิง
แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 แต่พลาดท่าแพ้ ลิเวอร์พูล ช่วงดวลจุดโทษ ทั้งที่ออกนำไปก่อน 3-0
ตั้งแต่ครึ่งแรก
อย่างไรก็ดี มิลาน กลับมาแก้ตัวได้ในฤดูกาล 2006-07 โดยเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และไปชนะ ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์ 2-0 จากผลงาน 2 ประตูของ ฟิลิปโป อินซากี
เป็นถ้วยยุโรปสมัยที่ 4 สำหรับ เซดอร์ฟ
จนกระทั่งฤดูกาล 2010-11 เซดอร์ฟ เป็นแกนหลักของ มิลาน คว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้อีกครั้ง
ก่อนจะอำลาทัพ รอสโซเนรี ช่วงซัมเมอร์ ปี 2012 ปิดฉากเส้นทาง 10 ปีกับสโมสร
เซดอร์ฟ ย้ายไปเล่นในบราซิลกับ โบตาโฟโก และช่วยทีมได้แชมป์ คัมเปโอนาโต คาริโอกา
หรือบอลรัฐรีโอเดจาเนโร ก่อนจะเลิกเล่นอาชีพอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค. ปี 2014
และเริ่มต้นงานโค้ชกับ มิลาน สโมสรเก่า

ผลงานกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์


เซดอร์ฟ เกิดที่ประเทศซูรินาเม แต่สละสัญชาติเดิมเพื่อไปรับสัญชาติเนเธอร์แลนด์
และเลือกเล่นทีมชาติเนเธอร์แลนด์
ทั้งนี้ เซดอร์ฟ ติดทีมชาติครั้งแรกตั้งแต่อายุ 18 ปี ในวันที่ 14 เดือน ธ.ค. ปี 1994 เป็นเกมรับคัดเลือก
ยูโร ปี 1996 ดวลกับทีมชาติลักเซมเบิร์ก ก่อนไปลุยศึก ยูโร 1996 ซึ่งหยุดอยู่แค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย
หลังจากดวลจุดโทษแพ้ทีมชาติฝรั่งเศส และได้ไปลุย ฟุตบอลโลก ปี 1998 ซึ่งเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ
ขณะที่รายการ ยูโร ปี 2000 และยูโร ปี 2004 เซดอร์ฟ ก็ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปด้วย
และเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นก็หลุดทีมชาติไป รวมถึงไม่ได้ลงเล่น ฟุตบอลโลก
ปี 2006
หลังจากหายไปพักใหญ่ เซดอร์ฟ กลับมาติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกครั้งในเดือน พ.ย. ปี 2006
และได้ลงเล่น ยูโร ปี 2008 รอบคัดเลือก แต่ไม่ได้ไปเล่นรอบสุดท้าย เนื่องจากไม่ลงรอยกับ มาร์โก ฟาน
บาสเทน กุนซือใหญ่ และยุติเส้นทางกับทีมชาติไว้ที่ 87 นัด ยิงได้ 11 ประตู

ถ้วยรางวัลในการเล่นฟุตบอล

อาแจกซ์
เอเรดิวิซี 2 สมัย (ฤดูกาล 1993-94 และ 1994-95)
เคเอ็นวีบี คัพ 1 สมัย (ฤดูกาล 1992-93)
โยอัน ครอยฟฟ์ ชีลด์ 1 สมัย (ปี 1993)
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 1994-95)

เรอัล มาดริด
ลา ลีกา 1 สมัย (ฤดูกาล 1996-97)
ซูเปร์โกปา เด เอสปันยา 1 สมัย (ปี 1997)
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย (ฤดูกาล 1997-98)
อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 1 สมัย (ปี 1998)

เอซี มิลาน
เซเรีย อา 2 สมัย (ฤดูกาล 2003-04 และ 2010-11)
โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย (ฤดูกาล 2002-03)
ซูแปร์โคปปา อิตาเลียนา 2 สมัย (ปี 2004 และ 2011)
ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย (ฤดูกาล 2002-03 และ 2006-07)
ยูฟา ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย (ปี 2003 และ 2007)

ฟีฟา คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย (ปี 2007)

โบตาโฟโก
ตาซา กวานาบารา 1 สมัย (ฤดูกาล 2013)
คัมเปโอนาโต คาริโอกา 1 สมัย (ฤดูกาล 2013)

ผลบอลสด ข่าวสด ทันทุกเหตุการณ์ที่ แอปพลิเคชั่น FinalGoal 
มีให้โหลดทั้ง Andriod และ IOS

Leave a Reply